กำลังโหลด…
กำลังโหลด…
ปรับปรุงล่าสุด: 17 กันยายน 2569
บริษัท บริหารสินทรัพย์ พี.บี. จำกัด ("บริษัท") ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมุ่งมั่นปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ("พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" หรือ "PDPA") นโยบายฉบับนี้อธิบายว่าบริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไรเมื่อท่านใช้งานเว็บไซต์ pbamc.co.th
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล: บริษัท บริหารสินทรัพย์ พี.บี. จำกัด เลขที่ 74/2 ซอยเอกมัย 22 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
"ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
"ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
"ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
"เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
เมื่อท่านกรอกแบบฟอร์มบนเว็บไซต์ (สอบถามทั่วไป สอบถามทรัพย์ นัดหมายชมทรัพย์ หรือร้องเรียน) บริษัทจะเก็บรวบรวม: ชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ LINE ID อีเมล หัวเรื่อง ข้อความที่ท่านต้องการติดต่อ วันและเวลาที่ประสงค์เข้าชมทรัพย์ (กรณีนัดหมาย) และรหัสทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง (กรณีสอบถามรายทรัพย์)
เมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ ระบบอาจบันทึกข้อมูลทางเทคนิคโดยอัตโนมัติ ได้แก่ หมายเลขไอพี (IP address) ประเภทและเวอร์ชันของเบราว์เซอร์ อุปกรณ์ที่ใช้ หน้าที่เข้าชม วันเวลาที่เข้าชม และข้อมูลจากคุกกี้ตามที่อธิบายในข้อ 5
เว็บไซต์นี้ไม่มีระบบสมาชิกสำหรับบุคคลทั่วไป และบริษัทไม่มีเจตนาเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (เช่น ข้อมูลศาสนา สุขภาพ หรือชีวภาพ) ผ่านเว็บไซต์นี้ กรุณาอย่ากรอกข้อมูลอ่อนไหวลงในแบบฟอร์มติดต่อ
ติดต่อกลับและให้บริการตามคำขอ (ให้ข้อมูลทรัพย์ นัดหมายชมทรัพย์ เสนอราคา): ฐานการปฏิบัติตามสัญญาหรือการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา
รับเรื่องและจัดการข้อร้องเรียน: ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทในการปรับปรุงบริการและระงับข้อพิพาท
วิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์ผ่านคุกกี้ประเภทวิเคราะห์: ฐานความยินยอม (เฉพาะเมื่อท่านกด "ยอมรับ")
รักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ป้องกันการใช้งานโดยมิชอบ: ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจ: ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
บริษัทไม่ขายและไม่ให้เช่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ทางการตลาดของบุคคลอื่น บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นแก่: (ก) พนักงานและตัวแทนของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการแก่ท่าน (ข) ผู้ให้บริการภายนอกที่ประมวลผลข้อมูลแทนบริษัท เช่น ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบ ผู้ให้บริการวิเคราะห์การใช้งาน และผู้ให้บริการแผนที่ ภายใต้ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลที่เหมาะสม (ค) หน่วยงานรัฐหรือศาล เมื่อมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องเปิดเผย
คุกกี้ที่จำเป็น: ใช้เพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ตามปกติ เช่น การจดจำการตั้งค่าความยินยอม ไม่สามารถปิดได้
คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์: ใช้เก็บสถิติการเข้าชมผ่านบริการวิเคราะห์ (เช่น Google Analytics) จะทำงานเฉพาะเมื่อท่านกด "ยอมรับ" บนแถบแจ้งเตือนคุกกี้เท่านั้น
ท่านสามารถเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลาโดยล้างคุกกี้ของเบราว์เซอร์แล้วเลือกใหม่เมื่อแถบแจ้งเตือนปรากฏ และสามารถตั้งค่าเบราว์เซอร์ให้ปฏิเสธคุกกี้ได้ ทั้งนี้อาจกระทบการทำงานบางส่วนของเว็บไซต์
ข้อมูลบางส่วนอาจถูกประมวลผลบนบริการคลาวด์หรือบริการวิเคราะห์ซึ่งมีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการให้มั่นใจว่าการโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และผู้รับโอนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอ
บริษัทเก็บรักษาข้อมูลจากแบบฟอร์มติดต่อไว้ตลอดระยะเวลาที่จำเป็นต่อการดำเนินการตามคำขอของท่าน และต่อเนื่องไม่เกิน 2 ปีนับแต่การติดต่อครั้งสุดท้ายหรือการปิดเรื่อง เพื่อประโยชน์ในการติดตามงานและการตรวจสอบ เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้เก็บนานกว่านั้น เมื่อพ้นกำหนด บริษัทจะลบหรือทำลายข้อมูล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
บริษัทจัดให้มีมาตรการเชิงเทคนิคและเชิงบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ เช่น การเข้ารหัสการรับส่งข้อมูล (HTTPS) การจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง และการบันทึกการเข้าถึงระบบงานภายใน
ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิดังต่อไปนี้
สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสมบูรณ์
สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลเป็นการชั่วคราว
สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล
สิทธิขอรับหรือขอให้ส่งต่อข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (data portability)
สิทธิถอนความยินยอมเมื่อการประมวลผลอาศัยฐานความยินยอม โดยไม่กระทบการประมวลผลที่ได้ทำไปแล้วโดยชอบ
สิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากเห็นว่าบริษัทฝ่าฝืนกฎหมาย
ท่านสามารถใช้สิทธิได้โดยติดต่อบริษัทตามช่องทางในข้อ 12 บริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลภายใน 30 วันนับแต่ได้รับคำขอ ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธคำขอได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด โดยจะแจ้งเหตุผลให้ทราบ
เว็บไซต์และบริการของบริษัทมิได้มุ่งเสนอต่อผู้เยาว์ หากบริษัททราบว่าได้เก็บรวบรวมข้อมูลของผู้เยาว์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทจะดำเนินการลบข้อมูลดังกล่าวโดยเร็ว
บริษัทอาจปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการให้บริการและกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจะเผยแพร่ฉบับปรับปรุงบนหน้านี้พร้อมระบุวันที่ปรับปรุงล่าสุด กรุณาตรวจสอบนโยบายเป็นระยะ
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล: บริษัท บริหารสินทรัพย์ พี.บี. จำกัด เลขที่ 74/2 ซอยเอกมัย 22 แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
โทรศัพท์ 0 2494 9190
อีเมล dpo@pbamc.co.th
หน่วยงานกำกับดูแล: สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) — กรณีท่านประสงค์ร้องเรียนการประมวลผลข้อมูลที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย
บริษัท บริหารสินทรัพย์ พี.บี. จ ากัด (“บริษัทฯ”) ใช้อุปกรณ์กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในการเฝ้าดูแลพื้นที่ภายในและภายนอกบริเวณโดยรอบอาคารและสถานที่ของบริษัทฯ (อาคารและสถานที่) เพื่อคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สิน โดยบริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า พนักงาน กรรมการ ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง ผู้มาเยือน และ บุคคลใด ๆ ที่เข้ามาในหรืออยู่บริเวณโดยรอบอาคารและสถานที่ ผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (เรียกรวมกันว่า “ท่าน”) นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้(“นโยบายความเป็นส่วนตัว”) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลได้ (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) ของท่าน
บริษัทฯ อาจเปลี่ยนแปลง และ/หรือปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ เป็นครั้งคราว โดยบริษัทฯ จะแจ้งท่านเพิ่มเติมหากมีการปรับปรุงที่สำคัญ บริษัทฯ จะระบุวันที่นโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทฯ ได้มีการปรับปรุงครั้งล่าสุด ไว้ทางด้านบนของนโยบายความเป็นส่วนตัว ทั้งนี้บริษัทฯ สนับสนุนให้ท่านอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้อย่าง ระมัดระวัง และตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอเพื่อทบทวนการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่บริษัทฯ อาจดำเนินการตามข้อกำหนดในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
บริษัทฯ เก็บรวบรวมภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว และภาพทรัพย์สินของท่าน (เช่น ยานพาหนะของท่าน) เมื่อท่านเข้าสู่พื้นที่อาคารและสถานที่ที่มีการสอดส่องดูแลผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (“ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด”)
2.1 บริษัทฯอาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอน และดำเนินการใด ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการบันทึก ถือครอง ปรับ เปลี่ยน แก้ไข ทำลาย ลบ กู้คืน รวม ทำสำเนาส่งจัดเก็บ แยก ปรับปรุง หรือเพิ่มข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านเพื่อ “วัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด” ดังต่อไปนี้
(ก) ปกป้องคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัย รวมถึงทรัพย์สินของท่าน ปกป้องอาคารและสถานที้ และทรัพย์สินจากความเสียหาย ความขัดข้อง การทำลาย และจากอาชญากรรมอื่น ๆ สนับสนุนหน่วยราชการในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อ ขัดขวาง ป้องกัน และตรวจจับอาชญากรรม รวมถึงการฟ้องร้องเมื่อเกิดอาชญากรรม
(ข) ปกป้องอาคารและสถานที่ และทรัพย์สินจากความเสียหาย ความขัดข้อง การทำลาย และจากอาชญากรรมอื่น ๆ
(ค) สนับสนุนหน่วยราชการในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อขัดขวาง ป้องกัน และตรวจจับอาชญากรรม รวมถึงการฟ้องร้องเมื่อเกิดอาชญากรรม
(ง) สนับสนุนการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการทางวินัย หรือกระบวนการร้องทุกข์ให้มีประสิทธิภาพ
(จ) สนับสนุนการสอบสวนหรือกระบวนพิจารณาที่ เกี่ยวข้องกับการร้องเรียนหรือการแจ้งเบาะแส
(ฉ) สนับสนุนการก่อตั้งสิทธิ โต้แย้งสิทธิ หรือยกสิทธิขึ้นต่อสู้ ในการดำเนินคดีทางแพ่ง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัด เฉพาะ คดีแรงงาน
(ช) สนับสนุนการปฏิบัติงานของฝ่ายบุคคลของบริษัท
2.2 บริษัทฯ จะติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในพื้นที่ที่เห็นได้ง่าย ส่วนพื้นที่ที่บริษัทฯ จะไม่ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ หรือ พื้นที่อื่นใดที่กำหนดให้เป็นพื้นทีพักผ่อนสำหรับพนักงาน
2.3 กล้องโทรทัศน์วงจรปิดของบริษัทฯ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และจะมีการเก็บบันทึกเสียง
2.4 บริษัทฯ จะติดตั้งป้ายที่จุดทางเข้าและทางออก และในพื้นที่ที่มีการสอดส่องดูแลโดยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อให้ท่านทราบว่าในบริเวณนั้นมีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
บริษัท จะไม่เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ประมวลผลโอน และ/หรือ ดำเนินการใด ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การบันทึก ถือครอง ปรับเปลี่ยน แก้ไข ทำลาย ลบ กู้คืน รวมทำสำเนา ส่ง จัดเก็บ แยก เปลี่ยน หรือเพิ่ม ข้อมูลจาก กล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านโดยไม่ได้รับความยินยอม ยกเว้นในกรณีต่อไปนี้
(ก) เพื่อรักษาประโยชน์อันจำเป็นต่อชีวิต เป็นการจำเป็นต่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
(ข) เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ฯ ในการปกป้องคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของท่าน รวมถึงทรัพย์สินของท่าน อาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของบริษัทฯ และกระทำการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิด บริษัทฯ จะพยายามสร้างความสมดุลระหว่างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ของบริษัทฯ และของบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี รวมถึงสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่านใน การคุ้มครองข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับท่าน นอกจากนี้ บริษัทฯ จะใช้ความพยายามในการหาขั้นตอนวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมดุลดังกล่าวตามความเหมาะสม
(ค) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย บริษัทฯ มีหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมการทำงาน บริษัทฯ เห็นว่า การใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดเป็นมาตรการที่จำเป็นที่จะทำให้บริษัทฯ สามารถปฏิบัติตามหน้าที่ ดังกล่าวได้
4.1 บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ เกี่ยวข้องกับท่านไว้เป็นความลับ และจะไม่เปิดเผยหรือโอน ข้อมูลดังกล่าวให้แก่ผู้ใด ยกเว้นบุคคลภายนอกที่บริษัทฯ คัดเลือกอย่างระมัดระวังทั้งในปัจจุบันและอนาคตเพื่อปฏิบัติงานตามที่บริษัทฯ ร้องขอ ผู้ที่ได้รับสิทธิ หุ้นส่วนของกิจการร่วมค้า และ/หรือผู ้ให้บริการ เพื่อให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ ระบุในความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
4.2 บุคคลภายนอกที่บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับท่าน รวมถึง
(ก) หน่วยงานรัฐ และ/หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์ วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวกับท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งโดย ชอบด้วยกฎหมายของศาล หน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแล หน่วยราชการ และ/หรือองค์กรของรัฐ ตลอดจนบุคคลภายนอกอื่นใดที่กฎหมายกำหนด
(ข) ผู้ให้บริการจากภายนอก บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูล ส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวกับท่านให้แก่ผู้ให้บริการจากภายนอกเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการ ปกป้องคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัย และทรัพย์สินของท่าน ตลอดจนวัตถุประสงค์อื่นใดที่กล่าวถึงในที่นี่
5.1 บริษัทฯ อาจเปิดเผย หรือโอนข้อมูลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดไปยังผู้ให้บริการจากภายนอกที่อยู่นอกประเทศไทย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการปกป้องคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัย และทรัพย์สิน ของท่าน ตลอดจนวัตถุประสงค์อื่นใดที่กล่าวถึงในที่นี้ ทั้งนี ้บริษัทฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการ ต่างๆ เพื่อทำให้มั่นใจว่าการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดำเนินไปอย่างปลอดภัยและบุคคลที่รับโอนข้อมูลนั้น มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และการโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้นชอบด้วยกฎหมายตามที่ กฎหมายอนุญาตเท่านั้น
5.2 ถ้าข้อมูลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดถูกโอนไปยังประเทศปลายทางที่มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลไม่เพียงพอตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยกำหนด บริษัทฯ จะดำเนินการตาม ขั้นตอนที่จำเป็นในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่โอนไปยังบุคคลอื่นในประเทศดังกล่าว เพื่อให้ข้อมูลนั้นได้รับ การคุ้มครองในระดับเดียวกับที่ บริษัทฯ คุ้มครองข้อมูลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่บังคับใช้อยู่ในขณะนั้น
บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในระบบของบริษัทฯ ไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เมือบริษัทฯ ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้เก็บข้อมูลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดอีกต่อไป บริษัทฯ จะทำการลบข้อมูลของ ท่านออกจากระบบและบันทึกของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการดำเนินการทางศาลหรือทางวินัย ข้อมูลของท่าน จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดอาจถูกเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาที่เป็นไปได้ในการยื่น อุทธรณ์ หลังจากนั้นข้อมูลจะถูกลบหรือเก็บถาวรตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
7.1 เพื่อเป็นวิธีในการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการรักษาความ มั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูล ส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึงใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิ ชอบ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์ สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ ยังได้วางมาตรการจ ากัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์ สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยกำหนดสิทธิเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน สิทธิในการอนุญาตให้ ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ และหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูล ส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู ้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือการลัก ขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้วางมาตรการสำหรับการ ตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องเหมาะสมกับ วิธีการและสื่อที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
7.2 บริษัทฯ จะทำการตรวจสอบและปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ เป็นครั้งคราวตามที่จำเป็น หรือเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ มี ประสิทธิภาพและเหมาะสม และเป็นไปตามข้อกำหนดขั้นต่ำทางกฎหมาย ตามที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกำหนด
ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตนดังต่อไปนี้
(ก) การเข้าถึง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิในการขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้และ/หรือเปิดเผย ทั้งนี้ เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ อาจขอให้มีการพิสูจน์ตัวตนก่อนจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ร้องขอ
(ข) การแก้ไขให้ถูกต้อง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ดำเนินการแก้ไขข้อมูลส่วน บุคคลของตนที่บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวม ใช้และ/หรือเปิดเผย ซึ่งไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดความ เข้าใจผิด หรือไม่เป็นปัจจุบัน
(ค) การโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่ บริษัทฯ มีเกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบที่มีการจัดระเบียบแล้วและสามารถอ่านได้ใน รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และเพื่อส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปยังผู ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น โดยต้องเป็น (ก) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้กับบริษัทฯ และ (ข) กรณีที่บริษัทฯ ได้รับความยินยอมในการ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่บริษัทฯ มีกับเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล
(ง) การคัดค้าน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคล ทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
(จ) การระงับการใช้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจจมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตน หาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ถูกต้อง การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยโดยบริษัทฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวหมดความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์บางประการ
(ฉ) การถอนความยินยอม สำหรับวัตถุประสงค์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิที่จะถอน ความยินยอมเมื่อใดก็ได้
(ช) การลบหรือทำลาย เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้และ/หรือเปิดเผย เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เว้นเสียแต่ว่า การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของบริษัทฯ นั้นเป็นไปเพื่อการปฏิบัติตาม กฎหมาย หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เพื่อการใช้ หรือการปกป้องสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
(ซ) การร้องเรียน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ที่บังคับใช้
หากท่านมีความประสงค์จะติดต่อบริษัท หรือหากท่านมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ได้ที่
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
74/2 ซอยเอกมัย 22 แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 โทรศัพท์ 0 2494 9190
อีเมล dpo@pbamc.co.th