PBAMC

สินเชื่อและการเงิน20 ส.ค. 2569

รีไฟแนนซ์หรือรีเทนชัน เลือกทางไหนผ่อนบ้านหมดไว

เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างการย้ายธนาคาร (Refinance) กับขอลดดอกเบี้ยธนาคารเดิม (Retention) เมื่อผ่อนบ้านครบ 3 ปี พร้อมวิธีคำนวณค่าธรรมเนียมเพื่อช่วยให้คุณปลดหนี้บ้านได้ไวที่สุด

แชร์:
แบบจำลองบ้านและเครื่องคิดเลขบนโต๊ะทำงานไม้สำหรับคำนวณรีไฟแนนซ์และรีเทนชัน

เมื่อผ่อนบ้านหรือคอนโดครบ 3 ปีแรก ผู้ผ่อนชำระมักจะต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้นแบบลอยตัว ส่งผลให้ค่างวดที่จ่ายในแต่ละเดือนถูกนำไปตัดดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น หากต้องการให้บ้านหมดหนี้ไวขึ้น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งทางเลือกยอดนิยมมีอยู่ 2 ทาง คือ การขอปรับลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม (Retention) และการย้ายไปกู้กับธนาคารใหม่ (Refinance) มาดูกันว่าแต่ละทางเลือกมีความแตกต่างกันอย่างไร และควรคำนวณความคุ้มค่าอย่างไรเพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าให้ได้มากที่สุด

ทำความรู้จัก รีไฟแนนซ์ กับ รีเทนชัน

ทั้งสองทางเลือกมีจุดประสงค์เดียวกันคือการลดภาระดอกเบี้ยลง เพื่อให้เงินผ่อนในแต่ละงวดเข้าไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น แต่มีรายละเอียดและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • รีเทนชัน (Retention): การเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม มีจุดเด่นคือขั้นตอนอนุมัติรวดเร็ว ใช้เอกสารน้อย และมักไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ดอกเบี้ยใหม่อาจลดลงไม่มากนักเมื่อเทียบกับข้อเสนอของธนาคารอื่น
  • รีไฟแนนซ์ (Refinance): การยื่นขอสินเชื่อบ้านใหม่กับธนาคารแห่งใหม่เพื่อนำเงินมาปิดหนี้เดิม จุดเด่นคือมีโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยโปรโมชันที่ถูกกว่า แต่ต้องเตรียมเอกสารใหม่ทั้งหมด และมีขั้นตอนเหมือนการยื่นกู้บ้านครั้งแรก

เช็กค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายหากเลือกย้ายธนาคาร

แม้การรีไฟแนนซ์อาจได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า แต่ผู้ผ่อนบ้านต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียมก้อนใหม่ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งการรีเทนชันส่วนใหญ่จะไม่มีค่าใช้จ่ายเหล่านี้

  • ค่าจดจำนอง: คิดอัตรา 1% ของวงเงินจำนอง (เว้นแต่จะได้รับโปรโมชันฟรีค่าจดจำนองจากธนาคารใหม่)
  • ค่าประเมินราคาหลักประกัน: โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2,500–3,000 บาท
  • ค่าอากรแสตมป์: คิดอัตรา 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่ (สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท)
  • ค่าประกันอัคคีภัย: ต้องทำสัญญาประกันภัยใหม่ตามเงื่อนไขของธนาคารแห่งใหม่

สูตรเปรียบเทียบทางเลือกไหนคุ้มค่าที่สุด

ในการเลือกทางเลือกที่เซฟเงินและคุ้มค่าที่สุด ให้ใช้หลักการคำนวณเปรียบเทียบง่าย ๆ ดังนี้

  1. คำนวณดอกเบี้ยที่ประหยัดได้: เปรียบเทียบยอดดอกเบี้ยรวมตลอด 3 ปีข้างหน้า ระหว่างดอกเบี้ยรีเทนชันกับดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์
  2. หักลบค่าธรรมเนียมย้ายธนาคาร: นำส่วนต่างดอกเบี้ยที่ประหยัดได้จากการรีไฟแนนซ์ ไปหักลบกับค่าธรรมเนียมทั้งหมดของการย้ายธนาคาร หากผลลัพธ์ที่ได้ยังประหยัดเงินได้มากกว่า ถือว่าการรีไฟแนนซ์คุ้มค่า
  3. ประเมินยอดหนี้คงเหลือ: หากยอดหนี้คงเหลือต่ำกว่า 1,000,000 บาท การเลือก Retention มักจะคุ้มค่ากว่า เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยที่ประหยัดได้อาจไม่คุ้มกับค่าธรรมเนียมและค่าเสียเวลาในการจัดเตรียมเอกสาร

เทคนิคโปะบ้านให้ปลดหนี้ไวขึ้นเท่าตัว

นอกจากการปรับลดดอกเบี้ยแล้ว การวางแผนผ่อนชำระเพิ่มเติมจะช่วยให้หนี้บ้านหมดไวได้อย่างมหาศาล

  • ผ่อนเกินค่างวดทุกเดือน: การเพิ่มเงินผ่อนเพียง 10–20% จากค่างวดปกติ เงินส่วนนี้จะเข้าไปตัดเงินต้นทั้งหมดทันที ช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้หลายปี
  • นำเงินก้อนมาโปะบ้าน: เช่น เงินโบนัสประจำปี หรือรายได้พิเศษ จะช่วยลดดอกเบี้ยจ่ายตลอดสัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • วางแผนทบทวนดอกเบี้ยทุก 3 ปี: ดำเนินการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและยื่นเรื่องสม่ำเสมอเมื่อครบกำหนดสัญญา

การเลือกทางระหว่างรีไฟแนนซ์หรือรีเทนชันไม่มีคำตอบที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับส่วนต่างดอกเบี้ย ยอดหนี้คงเหลือ และความสะดวกของคุณเอง อย่างไรก็ตาม ควรสอบถามรายละเอียด อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน และเงื่อนไขค่าธรรมเนียมกับธนาคารโดยตรงอีกครั้งก่อนตัดสินใจ ขอให้ทุกคนมีวินัยทางการเงินและปลดภาระหนี้บ้านได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ครับ

แชร์: