สินเชื่อและการเงิน20 ส.ค. 2569
รัฐบาลเปิดมาตรการภาษี Solar Rooftop บ้านอยู่อาศัย หักลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท
กรมสรรพากรเปิดสิทธิประโยชน์ทางภาษีใหม่สำหรับบุคคลธรรมดา นำค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar Rooftop มาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ช่วยเซฟค่าไฟและคุ้มค่าการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ต้องพิจารณาเรื่องทำเลและดีไซน์เท่านั้น แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายระยะยาวอย่างค่าไฟฟ้าก็เป็นสิ่งสำคัญ มาตรการภาษีล่าสุดจากกรมสรรพากรได้กลายเป็นข่าวดีครั้งใหญ่สำหรับคนมีบ้านและผู้กำลังตัดสินใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เมื่อรัฐบาลเปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายจากการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Rooftop มาใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งช่วยเพิ่มความคุ้มค่าและลดระยะเวลาคืนทุนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
รายละเอียดสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป
ภายใต้มาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ภาครัฐอนุญาตให้ผู้เสียภาษีที่เป็นบุคคลธรรมดา สามารถนำค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar Rooftop มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยกำหนดวงเงินสูงสุดไว้ไม่เกิน 200,000 บาท
โครงการนี้มีกรอบระยะเวลาดำเนินงานครอบคลุมตั้งแต่ปี 2569 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของเจ้าของบ้านในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้เป็นบ้านประหยัดพลังงาน
เงื่อนไขและเกณฑ์การขอรับสิทธิลดหย่อน
เพื่อให้การยื่นขอเว้นภาษีเป็นไปอย่างถูกต้อง เจ้าของบ้านจำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลักที่กำหนดไว้ ดังนี้
- ลักษณะอาคาร: ต้องเป็นการติดตั้งบนหลังคา ดาดฟ้า หรือโครงสร้างของอาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยจริง
- รูปแบบระบบ: ต้องเป็นระบบแบบ On-Grid ที่ได้รับอนุญาตและเชื่อมต่อขนานไฟกับระบบของการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เรียบร้อยแล้ว
- ขนาดกำลังการผลิต: กำหนดขนาดกำลังการผลิตติดตั้งสูงสุดไม่เกิน 10 kWp ต่อหนึ่งหลังคาเรือน
- หลักฐานการชำระเงิน: ต้องมีเอกสารใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Tax Invoice จากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- สิทธิการใช้งาน: กำหนดให้ผู้เสียภาษีสามารถใช้สิทธิได้เพียง 1 ครั้ง ต่อ 1 ระบบ ตลอดระยะเวลาของมาตรการ
ประโยชน์ต่อผู้ซื้อและผู้ลงทุนอสังหาริมทรัพย์
การลงทุนติดตั้งระบบพลังงานสะอาดบนหลังคาบ้าน นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าจากการยื่นภาษีปลายปีแล้ว ยังสร้างผลประโยชน์ต่อเนื่องในระยะยาวหลายประการ
- ลดค่าใช้จ่ายคงที่ประจำเดือน: การผลิตไฟฟ้าใช้เองภายในบ้านช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าลงอย่างเห็นได้ชัดตลอดอายุการใช้งานของอุปกรณ์
- เพิ่มมูลค่าให้อสังหาริมทรัพย์: บ้านที่มีระบบพลังงานทดแทนพร้อมใช้งาน มักได้รับความสนใจและมีมูลค่าสูงกว่าในตลาดซื้อขายบ้าน
- ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน: เป็นการมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคครัวเรือน
ข้อแนะนำสำหรับเจ้าของบ้านก่อนเริ่มดำเนินงาน
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ ควรวางแผนประเมินพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนเพื่อเลือกขนาดระบบที่เหมาะสม ตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคา และเลือกผู้รับเหมาหรือบริษัทติดตั้งที่มีมาตรฐานพร้อมออกเอกสาร e-Tax Invoice ได้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีปลายปี
ทั้งนี้ รายละเอียดและขั้นตอนทางกฎหมายอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม ขอแนะนำให้ผู้เสียภาษีและเจ้าของบ้านตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานราชการหรือธนาคารที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน และฝากติดตามข่าวสารและบทความดีๆ ด้านอสังหาริมทรัพย์ในโอกาสถัดไป


